ETDA เผยผลสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดการณ์ปี 59 โตถึง 12.4%

Facebook Twitter Google LinkedIn Pinterest Email


       ETDA เผยผลสำรวจอีคอมเมิร์ซไทย ปี 2558 พบมีมูลค่าสูงถึง 2.24 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจแบบ B2B 1.33 ล้านล้านบาท ธุรกิจ B2C มีมูลค่าราว 0.51 ล้านล้านบาท และธุรกิจ B2G ประมาณ 0.40 ล้านล้านบาท พร้อมคาดการณ์ปี 2559 จะโตต่อเนื่องกว่า 12.42% รวมมูลค่ากว่า 2.52 ล้านล้านบาท

       นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA เปิดเผยว่า ในปี 2558 ประเทศไทยมีมูลค่าอีคอมเมิร์ซทั้งสิ้น 2,245,147.02 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 43.47% ของมูลค่าขายสินค้า และบริการทั้งหมด ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นมูลค่าอีคอมเมิร์ซประเภทธุรกิจขายให้กับธุรกิจ (B2B) ประมาณ 1,334,809.46 ล้านบาท (59.45%) รองลงมา คือ มูลค่าอีคอมเมิร์ซประเภทธุรกิจขายให้กับผู้บริโภค (B2C) ประมาณ 509,998.39 ล้านบาท (22.72%) และมูลค่าอีคอมเมิร์ซประเภทธุรกิจขายให้กับภาครัฐ (B2G) ประมาณ 400,339.17 ล้านบาท (17.83%) โดยแบ่งตามประเภทอุตสาหกรรมแบบไม่รวมมูลค่าจาก e-Auction พบว่า อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าอีคอมเมิร์ซมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมการให้บริการที่พัก มีมูลค่าอีคอมเมิร์ซทั้งสิ้น 559,697.54 ล้านบาท (30.21%) 2.อุตสาหกรรมค้าปลีก และค้าส่ง มีมูลค่าอีคอมเมิร์ซทั้งสิ้น 536,725.26 ล้านบาท (28.97%) และ 3.อุตสาหกรรมการผลิต มีมูลค่าอีคอมเมิร์ซทั้งสิ้น 428,736.23 ล้านบาท (23.14%)

ETDA เผยยอดอีคอมเมิร์ซไทยโตต่อเนื่อง คาดปี 59 ทะลุ 2.5 ล้านล้านบาท

        ส่วนในปี 2559 คาดว่าแนวโน้มมูลค่าอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีมูลค่าสูงถึง 2,523,994.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 12.42% ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 40.08% ของมูลค่าขายสินค้าและบริการทั้งหมด โดยแบ่งเป็นประเภทธุรกิจขายให้ธุรกิจ (B2B) คิดเป็นมูลค่า 1,381,513.39 ล้านบาท (54.74%) เพิ่มจากปี 2558 กว่า 3.50% รองลงมาคือ มูลค่าอีคอมเมิร์ซประเภทธุรกิจขายให้ผู้บริโภค (B2C) มูลค่า 729,292.32 ล้านบาท (28.89%) เพิ่มขึ้นกว่า 43.00% และมูลค่าอีคอมเมิร์ซประเภทธุรกิจขายให้รัฐ (B2G) มูลค่า 413,037.84 ล้านบาท (16.37%) เพิ่มขึ้นกว่า 3.21% และหากไม่รวมมูลค่า e-Auction ในปี 2558 มูลค่าอีคอมเมิร์ซประเภท B2B, B2C และ B2G คิดเป็น 72.05%, 27.53% และ 0.43% ตามลำดับ

       ทั้งนี้ ภาพรวมของอุตสาหกรรมในปี 2559 หากไม่รวมมูลค่า e-Auction จะพบว่า อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าอีคอมเมิร์ซมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมค้าปลีกและค้าส่ง ซึ่งมีมูลค่าอีคอมเมิร์ซทั้งสิ้น 731,828.33 ล้านบาท (34.55%) 2.อุตสาหกรรมการให้บริการที่พัก มีมูลค่าอีคอมเมิร์ซทั้งสิ้น 643,033.15 ล้านบาท (30.35%) และ 3.อุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งมีมูลค่าอีคอมเมิร์ซทั้งสิ้น 343,866.80 ล้านบาท (16.23%)

ETDA เผยยอดอีคอมเมิร์ซไทยโตต่อเนื่อง คาดปี 59 ทะลุ 2.5 ล้านล้านบาท

        “การสำรวจครั้งนี้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยที่มีความครอบคลุม และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สามารถนำไปใช้อ้างอิง หรือเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ได้ รวมถึงเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน สามารถนำข้อมูลจากผลการสำรวจไปใช้ประกอบการวางนโยบาย การบริหารจัดการกลยุทธ์ การวางแผนการดำเนินธุรกิจ ทั้งในระดับองค์กร รวมถึงระดับประเทศ เพื่อปรับตัวให้ทันกับสภาพเศรษฐกิจดิจิตอลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับการวางรากฐานของประเทศสู่เศรษฐกิจดิจิตอล และประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาล ทำให้อีคอมเมิร์ซเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศให้พัฒนาไปอีกขั้น”

ETDA เผยยอดอีคอมเมิร์ซไทยโตต่อเนื่อง คาดปี 59 ทะลุ 2.5 ล้านล้านบาท

        โดยภาพรวมตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีแนวโน้มการเติบโตในทิศทางที่ดีขึ้นจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1.ปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่มีวิวัฒนาการไปอย่างมาก ก่อให้เกิดรูปแบบการสื่อสาร เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นไม่ขาดสาย 2.ปัจจัยด้านนโยบายของภาครัฐที่พยายามขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ และสังคมดิจิตอล (Digital Economy) โดยมุ่งส่งเสริม และสนับสนุนให้ผู้ประกอบการขยายตลาดอีคอมเมิร์ซสู่อาเซียน และตลาดโลก และ 3.ปัจจัยด้านรูปแบบการทำธุรกรรมทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีความก้าวหน้า และเป็นไปมาตรฐานสากล เช่น Any ID หรือพร้อมเพย์ การขยายการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ระบบภาษี และเอกสารธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว และลดต้นทุนในกระบวนการทางธุรกิจของภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาครัฐเอง

ETDA เผยยอดอีคอมเมิร์ซไทยโตต่อเนื่อง คาดปี 59 ทะลุ 2.5 ล้านล้านบาท

        ทั้งนี้ ETDA ได้ทำการสำรวจมูลค่าอีคอมเมิร์ซจากกลุ่มตัวอย่างของผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 527,324 ราย ซึ่งได้รายชื่อ และความร่วมมือจากสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยการสำรวจครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ จัดแบ่งผู้ประกอบการออกเป็น 2 กลุ่ม โดยใช้เกณฑ์ผลประกอบการ ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการที่มีผลประกอบการมูลค่าอีคอมเมิร์ซมากกว่า หรือเท่ากับ 50 ล้านบาทต่อปี ในกลุ่มนี้ใช้วิธีการสัมภาษณ์ (Face to Face Interview) และอีกกลุ่มเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่มีผลประกอบการมูลค่าอีคอมเมิร์ซน้อยกว่า 50 ล้านบาทต่อปี ใช้การสำรวจผ่านแบบสอบถามออนไลน์ (Online Survey) โดยเริ่มจัดเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนเมษายน-กันยายน 2559 โดยแบ่งผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั้งหมด 8 กลุ่มอุตสาหกรรม ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมการผลิต 2.อุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้าส่ง 3.อุตสาหกรรมการขนส่ง 4.อุตสาหกรรมการให้บริการที่พัก 5.อุตสาหกรรมข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร 6.อุตสาหกรรมการประกันภัย 7.อุตสาหกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ และ 8.อุตสาหกรรมการบริการด้านอื่นๆ

ที่มา: manager.co.th